ข้อมูลจากยานวอยเอเจอร์ เผยความลับของโครงสร้างระบบสุริยะ

ข้อมูลจากยานวอยเอเจอร์ เผยความลับของโครงสร้างระบบสุริยะ – BBCไทย

งานวิจัย 5 ชิ้นซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Astronomy ฉบับล่าสุด เผยผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่ยานสำรวจวอยเอเจอร์ 1 และ 2 ส่งกลับมายังโลก ขณะที่เดินทางพ้นขอบเขตอิทธิพลลมสุริยะ (Heliosphere) เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งอาจจะถือได้ว่าเป็นการก้าวข้ามเส้นขอบเขตชั้นแรกในระบบดาวเคราะห์ของเราที่มีดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ศูนย์กลาง

การเดินทางที่ยาวนานถึง 42 ปี ได้เผยถึงรายละเอียดตรงบริเวณ “สุดขอบรั้ว” ของระบบสุริยะ ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถจะคาดการณ์ถึงรูปร่างของขอบเขตอิทธิพลลมสุริยะ ซึ่งเป็นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่ออกไปจากดวงอาทิตย์ และมีสภาพคล้ายฟองห่อหุ้มระบบสุริยะอยู่ได้

ผลการตรวจวัดความหนาแน่นของพลาสมา ซึ่งเป็นกลุ่มก๊าซและอนุภาคมีประจุที่พบได้ทั่วไปในห้วงอวกาศ ยืนยันว่ายานวอยเอเจอร์ทั้งสองลำได้ออกพ้นขอบเขตอิทธิพลลมสุริยะ และเข้าสู่ห้วงอวกาศในพื้นที่ที่เรียกว่า “ตัวกลางระหว่างดวงดาว” (Interstellar medium) อย่างเป็นทางการแล้ว โดยพลาสมาที่ยานวอยเอเจอร์ 2 ตรวจวัดได้เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2018 มีความหนาแน่นสูงขึ้นอย่างฉับพลันหลายเท่าและมีอุณหภูมิต่ำกว่าที่พบในระบบสุริยะมาก

  • ยานวอยเอเจอร์ 2 เดินทางพ้นขอบเขตลมสุริยะแล้ว
  • “แผ่นบันทึกข้อมูลทองคำ” ของนาซา อาจทำเอเลียนสับสนเรื่องมนุษย์
  • นาซาส่ง “เตาอบอวกาศ” ขึ้นไปทดลองทำคุกกี้นอกโลก

ศาสตราจารย์ ดอน เกอร์เนตต์ หนึ่งในทีมผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยไอโอวาของสหรัฐฯ บอกว่า “ข้อมูลนี้ชี้ว่าแนวสิ้นสุดอิทธิพลลมสุริยะหรือเฮลิโอพอส (Heliopause) เป็นเส้นแบ่งสภาพแวดล้อมสองฝั่งในห้วงอวกาศที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว”

ข้อมูลยังเผยว่า ขอบเขตอิทธิพลลมสุริยะหรือเฮลิโอสเฟียร์มีรูปร่างคล้ายดาวหางหรือกระสุนปืนที่ส่วนหัวกลมมนและสมมาตร เนื่องจากจุดที่ยานทั้งสองลำเดินทางถึงเส้นขอบเขตดังกล่าว มีระยะห่างจากดวงอาทิตย์เกือบจะเท่ากัน

อ่านเพิ่มเติม

ที่มา: //www.khaosod.co.th

Related Posts

‘ดอนซิช’ ปลื้มโกยทริปเปิล 42 แต้ม ทำสถิติทาบ ‘เลอบรอน’ สมัยดาวรุ่ง

ลูก้า ดอนซิช ฟอร์เวิร์ดฟอร์มแรงวัย 20 ปี ของดัลลัส แมฟเวอร์ริคส์ กดแต้มสูงสุดในอาชีพ พร้อมกับกดดับเบิล-ดับเบิล (สถิติ 3 อย่างเป็นตัวเลข 2 หลัก) 42 คะแนน, 11 รีบาวด์ และ 12

ปินส์ยกเลิกกฎหมายพกปืนชั่วคราวในเมืองจัดซีเกมส์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ ได้มีแถลงการณ์ผ่านทางสื่อมวลชนว่า ในช่วงเวลาที่มีการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่หลายเมืองในฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ยกเลิกกฎหมายให้ประชาชนที่มีใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืนพกปืนไปในที่สาธารณะ ระหว่างวันที่ 20 พฤศจิกายน จนถึงวันที่ 14 ธันวาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนท้องถิ่นและนักกีฬาทุกชาติ สำหรับผู้ที่ได้รับอนุญาตให้พกอาวุธปืนได้ คือ เจ้าหน้าที่ที่ต้องใช้ปืนในการทำหน้าที่ ทั้งตำรวจ ทหารและเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน โดยจะมีเครื่องแบบที่ระบุชัดเจนว่าใครบ้างที่มีอำนาจในการพกอาวุธปืนในช่วงเวลาดังกล่าว