‘เบนเซม่า’ รัวแฮตทริค ‘รีล มาดริด’ คืนแกร่งอัด ‘เฟเนร์บาเช่’ 5-3 คว้าอันดับ 3 ออดี้ คัพ 2019

“ราชันชุดขาว” รีล มาดริด กลับมาคืนฟอร์มแกร่งไล่ต้อนเอาชนะ เฟเนร์บาเช่ 5-3 ในการแข่งขันฟุตบอลรายการพิเศษ “ออดี้ คัพ 2019” รอบชิงอันดับ 3 ที่สนามอัลลิอันซ์ อารีน่า เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี เมื่อคืนัวนที่ 31 สิงหาคม เกมนี้ คาริม เบนเซม่า กองหน้าชุดขาวซัดแฮตทริคได้ในนาทีที่ 12, 27, 53 ขณะที่อีก 2  ลูกได้จาก นาโช่ เฟร์นันเดซ นาทีที่ 62 และมาเรียโน่ ดิแอซ นาทีที่ 79  ขณะที่ เฟเนร์บาเช่ ยิงได้จาก แกรี่ โรดริเกส นาทีที่ 6, นาบิล ดิราร์ นาทีที่ 34 และโอซาน ทูฟาน นาทีที่ 59 ทำให้จบเกม รีล มาดริด

สู่แผนกู้ชาติ ‘ยูไนเต็ด’! ‘แมนฯ ยู’ รวบทีเดียว 2 ‘แม็กไกวร์ – เฟร์นานเดส’

หลังจากสื่อที่น่าชื่อถือหลายสำนักของอังกฤษรายงานตรงกันเกี่ยวกับดีลสะท้านวงการฟุตบอลอังกฤษ แฮรี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษ กลายเป็นสมาชิกใหม่ของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์หลับของเกาะอังกฤษเรียบร้อยแล้ว รายงานระบุว่า ทั้งแมนฯ ยูไนเต็ด และ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีเจ้าของคนไทยอย่าง “ต๊อบ” อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา รองประธานสโมสร โดยเป็นที่ทราบกันว่า อัยยวัฒน์ เป็นแฟนบอลตัวยงคนหนึ่งของปีศาจแดงมาตั้งแต่เด็กๆ โดยเป็นที่เชื่อกันว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือชาวนอร์วีเจี้ยนของปีศาจแดง ต้องการตัว แฮรี่ แม็กไกวร์ มาอุดรอยรั่วในแนวรับซึ่งเป็นหนึ่งในแผนปฏิบัติการกอบกู้ชาติแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ช่วงหลังยัดเยียดคราบน้ำตาให้อสูรแดงทั่วโลกอยู่อย่างตลอด ซึ่งค่าตัวในการย้ายทีมของแม็กไกวร์ ยังไม่แน่ชัดเพราะทั้งสื่ออังกฤษ ยังรายงานไม่ตรงกัน บ้างก็บอกว่า 80 ล้านปอนด์ บ้างก็บอกว่า 72 ล้านปอนด์ บ้างก็บอกว่า 60 ล้านปอนด์ + โบนัส อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.matichon.co.th

‘ศรีสุวรรณ’ จี้สำนักงานเลขาฯวุฒิสภา ตั้ง กก.สอบการทำหน้าที่ 7 กสม.

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า การลาออกจากการทำหน้าที่ของ 2 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ( กสม.) ควรทำนานแล้ว ขณะที่ กสม.ชุดนี้ทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในฐานะองค์กรอิสระถดถอยไปมาก ไม่มีผลงานที่ชัดเจน ไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนที่เคยเรียกร้อง หรือยื่นร้องเรียนเพื่อให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิ หลายเรื่องถูกตีตกทำให้บั่นทอนความรู้สึกของภาคประชาชนหรือชุมชนที่เคยมีความหวังเพื่อขอให้ช่วยเหลือ และบางประเด็นที่ กสม.บางรายมีส่วนใกล้ชิดกับบางองค์กร ก็พบว่ามีการเสนอความเห็นเข้าข่ายไม่เป็นกลาง ดังนั้น ไม่เฉพาะ 2 ราย ที่มีสปิริตลาออก แต่ กสม.ที่เหลือ 5 คน ควรลาออกทั้งหมด ไม่ควรนั่งทำงานให้ประชาชนตำหนิหรือรับค่าตอบแทนเดือนละแสนกว่าบาท รวมทั้งผลประโยชน์อื่น เพื่อกระตุ้นให้กรรมการสรรหาเร่งรีบตัดสินใจเลือก กสม.ชุดใหม่เข้าไปทำหน้าที่ตาม พ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นภาพลักษณ์ในการปกป้องสิทธิมนุษยชนของประเทศอาจจะเป็นที่อับอายในเวทีสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ “ยอมรับว่าอึดอัดใจกับการทำหน้าที่ของ กสม.ชุดนี้ และเร็วๆ นี้จะไปร้องเรียนกับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาในฐานะเป็นต้นเรื่องในการทำหน้าที่เลขานุการสรรหา เป็นผู้เสนอรายชื่อ กสม.เข้าสู่การพิจารณาของสมาชิกวุฒิสภาหรือ ส.ว.ซึ่งพบว่า กสม.บางรายน่าจะไม่สามารถปฏิบัติงานในบางสถานการณ์ เพราะลำบากใจในการนำเรื่องร้องเรียนของประชาชนเข้าสู่การพิจารณาตรวจสอบ การกระทำในลักษณะนี้อาจเข้าข่ายความผิดตามรัฐธรรมนูญ เพราะ กสม.ต้องทำงานตามอำนาจหน้าที่ตรงไปตรงมา ตอบข้อข้องใจของประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิ ถ้ามีการปิดกั้นไม่รับเรื่องร้องเรียนถือว่าผิดกฎหมาย ดังนั้น สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาควรใช้อำนาจตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กสม.ทั้งหมด

ผุด 6 มาตรการระบายผลไม้ช่วยชาวสวน-เล็งพัฒนาบรรจุภัณฑ์ขนทุเรียนขึ้นเครื่องได้

หน่วยงานรัฐ/เอกชนจัดหนัก ออก 6 มาตรการระบายผลไม้ช่วยชาวสวน เล็งพัฒนาบรรจุภัณฑ์ขนทุเรียนขึ้นเครื่องได้-เร่งส่งออกโรดโชว์ต่างประเทศ ผุดมาตรการระบายผลไม้ – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการลงนามร่วมกันระหว่างภาครัฐ และเอกชน 44 หน่วยงาน ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) การบริหารจัดการด้านการตลาดผลไม้ปีการผลิต 2562 เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนด้านการตลาดให้แก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้มังคุด ลองกอง เงาะ และลำไย รวมถึงผลไม้ตามฤดูกาลอื่นๆ ที่จะออกผลผลิตในช่วงปลายปี 2562 นี้ ว่า ทุกหน่วยงานได้เห็นชอบร่วมกันกับ 6 มาตรการ ที่จะใช้รองรับเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวน คือ 1. การสนับสนุนกล่องบรรจุภัณฑ์ขนาดต่างๆ เช่น 3 กิโลกรัม 5 กิโลกรัม และ 10 กิโลกรัม ไปยังพาณิชย์จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อส่งต่อบรรจุภัณฑ์ให้กับเกษตรกรที่ปลูกผลไม้ได้บรรจุเพื่อการจำหน่าย และสนับสนุน รับผิดชอบค่าขนส่งผลไม้ตั้งแต่ต้นทางแหล่งผลิต และจุดรวบรวมผลไม้ ไปยังจุดจำหน่าย 2. การจัดหาช่องทางจำหน่ายให้กับเกษตรกรผ่านจำหน่าย 7 ช่องทาง ได้แก่ ระบายผ่านห้างสรรพสินค้าต่างๆ

หุ้นไทยปิดบวก5.48จุด สวนทางตลาดภูมิภาค

เมื่อวันที่ 31 ก.ค.62 ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ก่อนปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,711.97 จุด เพิ่มขึ้น 5.48 จุด (+0.32%) มูลค่าการซื้อขาย 50,852.11 ล้านบาท โดยดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,716.05 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,702.72 จุด น.ส.อาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ปรับตัวลง โดยรับแรงเก็งกำไรจากที่คาดว่ารัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการบริโภคและการท่องเที่ยวเป็นหลัก รวมทั้งได้แรงหนุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นมาช่วยดันหุ้นกลุ่มพลังงาน นักลงทุนยังรอติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งตลาดคาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% แต่สิ่งที่ยังไม่แน่ใจคือ เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกกี่ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ จึงต้องรอดูว่าที่ประชุมจะส่งสัญญาณอย่างไร แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (1 ส.ค.) น.ส.อาภาภรณ์ กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งแคบ แต่ก็ยังมีลุ้นปรับขึ้นได้บ้าง โดยให้แนวต้านไว้ที่ 1,720 จุด ซึ่งหากขึ้นไปทดสอบแล้วไม่สามารถยืนได้ก็ควรจะขายก่อน ส่วนแนวรับให้ไว้ที่ 1,700 จุด อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.posttoday.com