ชาวเน็ตฮือฮางูเหลือมยักษ์โผล่ กู้ภัยเร่งจับปล่อยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพงูเหลือมขนาดใหญ่ยาวกว่า 5 เมตร หลังจากเจ้าหน้าที่​สถานี​ดับ​เพลิง​และ​กู้ภัย​ประเวศ จับได้ในสถานที่แห่งหนึ่ง ย่านซอย​อ่อนนุช​ 88​ ​ เขต​ประเวศ​ กทม. ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันอุ้มงูตัวดังกล่าวถึง 7 คนเพื่อถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานซึ่งเจ้าหน้าที่​จะได้นำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติห่างไกลผู้คนต่อไปสำหรับงูตัวนี้ถูกจับได้เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะมีการแชร์ภาพลงในทวิตเตอร์ @JS100 หรือ จส.100และถูกรีทวิตออกไปเป็นจำนวนมาก ด้านแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยช่วยเหลือจับงูเข้าบ้านระบุว่า ในแต่ละวันจะมีเหตุงูบุกเข้าบ้านเรือนประชาชนแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่จะพบงูเข้าบ้านที่มีหนูอาศัยอยู่ชุกชุม เช่น ป่า กองขยะ ทำให้งูเหล่านี้ตามหนูที่เป็นแหล่งอาหารเข้ามา ดังนั้นเพื่อไม่ให้มีงูบุกเข้าบ้านอีก เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้เจ้าของบ้านเร่งป้องกันพื้นที่ไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของหนูด้วยการกำจัดขยะ มีฝาปิดมืดชิด เลี้ยงสัตว์ป้องกันงู รวมทั้งจัดทำสภาพแวดล้อมไม่ให้งูเข้ามาพักอาศัยได้. ขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์ @JS100 อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.dailynews.co.th

สังคมไม่ได้ประโยชน์! อ.เจิมศักดิ์ เห็นด้วยศาลให้ "สุรพงษ์" รอดนอนคุก

เมื่อวันที่ 13 ต.ค. นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการ และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการวิทยุ 105ตระเวนข่าว โดยแสดงความคิดเห็นถึงบทเรียนคดี นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินจำคุก 2 ปี โดยให้รอลงอาญา ปรับ 100,000 บาท กรณีออกหนังสือเดินทางให้ นายทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมิชอบ นายเจิมศักดิ์ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับศาลที่ตัดสินให้รอลงอาญา เพราะว่าถ้าถูกตัดสินจำคุกในขณะที่สภาพการณ์อายุมาก สุขภาพกำลังย่ำแย่ เนื่องจากป่วยเป็นมะเร็ง หากถูกคุมขัง สังคมคงไม่ได้ประโยชน์อะไร นายเจิมศักดิ์ มองว่า ตนเชื่อกระบวนการยุติธรรมมีความลึกซึ้งในการพิจารณา ไม่ใช่ดำเนินการตามที่มีเสียงวิจารณ์ อาทิ กักตัวไปเสียข้าวสุก กักไปก็ต้องอยู่ในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ หรือเสียชีวิตในคุก เท่านั้น “ตกลง เราไม่แก้แค้น เราไม่ทำให้ทรมาน” อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.posttoday.com

สามารถเหน็บ ผบ.ทบ.เทียบอธิบดี พูดจาคุมประเทศยิ่งกว่านายกฯ ดักคอ อย่าหวังปฏิวัติ

“สามารถ” ดักคอ “บิ๊กแดง” อย่าปลุกผีคอมมิวนิสต์หวังปฏิวัติ เชื่อ ปชช.ไม่เอาด้วย เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม นายสามารถ แก้วมีชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีการออกมาพูดของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ที่ผ่านมาว่า บรรยากาศบ้านเมืองวันนี้ต้องการคนพูดอะไรให้สร้างสรรค์ เกิดความสามัคคี ปรองดอง แต่ละฝ่ายสามารถมีมุมมองที่แตกต่างกันได้ ดังนั้นอย่ามองแต่มิติว่าไปกระทบความมั่นคงของตัวเอง โลกไปไกลมากแล้ว คำพูดของ ผบ.ทบ.ส่งผลให้เกิดช่องว่างในสังคม และอาจจะทำให้สถานการณ์หนักกว่าในปี 2557 ทั้งนี้ อยากถามว่าการพูดของ ผบ.ทบ.ต้องการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ จะใช้วิธีการนอกระบบอีกหรือ ต้องยอมรับว่าวันนี้ประชาชนลำบากมาก หากจะมีการทำปฏิวัติขึ้นอีกโดยสร้างเรื่องปลุกผีคอมมิวนิสต์ขึ้นมาอีกนั้น เชื่อว่าประชาชนคงไม่แซ่ซ้องสรรเสริญอย่างแน่นอน “ตำแหน่ง ผบ.ทบ.ก็เทียบเท่าได้กับตำแหน่งอธิบดี แต่ท่านออกมาทำท่าคุมประเทศยิ่งกว่านายกฯ หรือรัฐมนตรีเสียอีก ดังนั้นจะให้ประชาชนเชื่อฟังท่านทั้งหมดคงไม่ได้ เชื่อว่าทหารเองก็คงไม่เห็นด้วยกับท่านทั้งหมด” นายสามารถกล่าว อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.matichon.co.th

‘บรรยง’ ถามกลับง่ายๆ คอมมิวนิสต์ คืออะไร เลวร้ายยังไง แล้วพรรคไหนที่จะแก้ม.1

เมื่อวันที่ 12 ต.ค. หลังการบรรยายพิเศษ อย่างดุเดือด ของผู้บัญชาการทหารบก โดยเฉพาะมีหลายประเด็นที่วิจารณ์สถานการณ์การเมือง เช่นการวิจารณ์แนวคิดทางการเมืองแบบคอมมิวนิสต์ที่ยังตกค้างอยู่ในกลุ่มนักการเมือง และนักวิชาการซ้ายจัดดัดจริต นักเรียนนอกที่ไปเรียนในประเทศที่เคยล่าอาณานิคมไทย ล่าสุดนายบรรยง พงษ์พานิช อดีตคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด โพสต์แสดงความเห็น ในเฟสบุ๊ก Banyong Pongpanich ว่า เห็นด้วยที่สุดเลยครับ ว่าเราจะยอมให้ใครแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 1 ไม่ได้ แต่เนื่องจากผมป่วยทางสมอง เลยเกิดความสับสน งงงวยได้ง่าย เลยมีปัญหาอยากถามสามข้อครับ ข้อที่หนึ่ง ใครหรือพรรคการเมืองไหนบอกหรือประกาศว่าจะแก้รัฐธรรมนูญมาตรา1. หรือครับ? ช่วยระบุหน่อยครับ ผมจะได้ช่วยรุมค้านรุมประนาม อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.matichon.co.th

ศรีสุวรรณลุยยื่น "ป.ป.ช." สอบ "ธนาธร" พบ "โจชัว หว่อง"

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏผ่านสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียเป็นการทั่วไปว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค.62 นายโจชัว หว่อง หนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง โพสต์รูปถ่ายของตนที่ถ่ายคู่กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ โดยได้ระบุว่า มีโอกาสได้พบเจอและแลกเปลี่ยนทัศนะทางการเมืองกันกับนายธนาธร ระหว่างร่วมงานประชุม “Open Future Forum” เมื่อวันที่ 5 ต.ค.62 ที่ผ่านมา เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากในขณะนี้นั้น การกระทำดังกล่าวเสี่ยงที่จะกลายเป็นปัญหาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศขึ้นมาทันที หลังจากที่เพจเฟซบุ๊ก Chinese Embassy in Bangkok เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความบางส่วนเมื่อ 10 ต.ค.62 ว่า “กลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนยังได้สมคบกับกลุ่มอิทธิพลภายนอก เผยแพร่ข่างลือ บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อวัตถุประสงค์ที่มิอาจเปิดเผยของตน นักการเมืองประเทศไทยบางคนมีการติดต่อกับกลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนโดยมีท่าทีเชิงสนับสนุน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดอย่างร้ายแรงและไร้ความรับผิดชอบ ฝ่ายจีนหวังว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถรับรู้ข้อเท็จจริงของปัญหาฮ่องกง ใช้ความระมัดระวัง ทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อมิตรภาพจีน-ไทย” ซึ่งสอดคล้องกับคำพูดของนายธนาธรในเวทีการประชุมข้างต้นทำนองว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นในฮ่องกงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านเป็นแรงบันดาลใจให้ตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมา” ด้วย ซึ่งภาพที่นายธนาธรถ่ายคู่กับนายโจชัว หว่อง กลายเป็นข่าวในเชิงสัญลักษณ์ที่แพร่หลายในสื่อของประเทศจีนและทั่วโลก รวมทั้งในโซเชียลมีเดีย ทำให้ดูเสมือนว่านักการเมืองไทยได้สมคบหรือติดต่อกับกลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนโดยมีท่าทีเชิงสนับสนุน ตามที่เพจเฟซบุ๊กของสถานเอกอัคราชทูตจีนโพสต์

ระวังเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว! หมอวรงค์เตือนนักการเมืองคนนั้นหยุดบิดเบือน

เมื่อวันที่ 13 ต.ค.62 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กโดยระบุหัวข้อว่า “หรือจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว!!!” มีเนื้อหาดังนี้ ขอเตือนนักการเมืองไทยคนนั้น ที่พยายามปฏิเสธแบบไม่รับผิดชอบ ต่อกรณีการเตือนของทางการจีน และปล่อยให้ผู้สนับสนุน ได้พยายามบิดเบือนประเด็นว่า ทางการจีน เขาผิดมารยาท และอ้างว่าไทยไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของจีน ทั้งๆที่ข้อเท็จจริง ท่านไปวุ่นวายกิจการภายในของประเทศจีน เกี่ยวกับการประท้วงที่ฮ่องกง ผมได้รับข้อมูลจากคนจีนในเมืองจีน ที่อ่านภาษาไทยได้แชร์ข้อมูลกลับมาให้ผม นี่คือตัวอย่างข้อความ “ที่โฆษกสถานทูตจีนออกแถลงการณ์ ต้องถูกด่า เพราะผิดมารยาท ไทยเป็นเมืองขึ้นจีนตั้งแต่เมื่อไร” อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.posttoday.com

"ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" โพสต์รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ "ในหลวง ร.9"

เมื่อวันที่ 13 ต.ค. นายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ สองอดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายพานทองแท้ ได้ร่วมกันโพสต์ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมข้อความน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม นายทักษิณ ระบุข้อความว่า สถิตในใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า ดร.ทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่า 13 ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สถิตในใจตราบนิจนิรันดร์น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายพานทองแท้ ระบุข้อความว่า สถิตในใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า นายพานทองแท้ ชินวัตร อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.posttoday.com

นายกฯเป็นประธานวางพวงมาลา-ถวายบังคมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต "รัชกาลที่9"

เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 62 เวลา 07.00 น. ณ บริเวณท้องสนามหลวง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตรเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมี รักษาการประธานองคมนตรีและภริยา องคมนตรีและภริยา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญและภริยา คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หน่วยราชการในพระองค์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และหัวหน้าส่วนราชการอิสระ ร่วมพิธี นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมผู้เข้าร่วมพิธี ได้ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 489 รูป จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นประธานพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ ท้องสนามหลวง อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.posttoday.com

“เทพไท”ชี้ งบ 63 ผ่านไม่ผ่าน ตัวแปรอยู่ที่ 10 พรรคเล็ก ถ้ากินกล้วยไม่อิ่มอันตรายแน่

“เทพไท”ชี้ งบ 63 ผ่านไม่ผ่าน ตัวแปรอยู่ที่ 10 พรรคเล็ก ถ้ากินกล้วยไม่อิ่มอันตรายแน่ วันที่ 13 ต.ค. นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การกำหนดวันประชุมสภาฯเพื่อพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ปีงบประมาณ 63 เป็นที่ชัดเจนแล้ว ได้ข้อสรุปวันอภิปรายจำนวน 3 วัน คือ17-18-19 ต.ค.นี้ โดยแบ่งเวลาให้ฝ่ายค้าน 15 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล15ชั่วโมง ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เวลามาบริหารกันเองไม่เกิน 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเรื่องยากมากสำหรับการให้ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ มีโอกาสอภิปรายกันอย่างทั่วถึง เพราะส.ส.แต่ละคนจะใช้เวลาอภิปรายประมาณคนละ10-15นาที ซึ่งจะได้ผู้อภิปรายไม่เกิน8คน จากจำนวนส.ส.ของพรรค 53 คน และในการประชุมครั้งนี้ตนอยากจะเสนอรูปแบบการประชุม เพื่อให้การประชุมมีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ และประชาชนได้ประโยชน์จากการประชุม มีส่วนร่วมในการรับฟังการอภิปรายจาก ส.ส.ในเขตเลือกตั้งของตัวเอง ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่ ดังนั้นควรกำหนดเวลาการประชุมไม่เกินเวลา 22.00 น. ของแต่ละวันเท่านั้น แต่ถ้าต้องการให้การประชุมสภาฯพิจารณา