แห่จองพื้นที่ริมโขง รอดูบั้งไฟพญานาค – ชม เบลล่า รำบวงสรวง ไม่หวั่นอากาศร้อน 

แห่จองพื้นที่ริมโขง รอดูบั้งไฟพญานาค – ชม เบลล่า รำบวงสรวง ไม่หวั่นอากาศร้อน  วันที่ 13 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ที่จ.หนองคาย มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าพื้นที่ อ.โพนพิสัย ทำให้การจราจรบนถนนสายหนองคาย-รัตนวาปี รถยนต์คับคั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องคอยอำนวยการจราจร ตามทางร่วมทางแยก ช่วงแรกจะเป็นการปล่อยรถมุ่งหน้าจากตัวเมืองหนองคายไปพื้นที่จุดชมบั้งไฟพญานาคเป็นหลัก ขณะที่บริเวณลานเอนกประสงค์ หน้าวัดไทย ต.จุมพล อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย มีนักท่องเที่ยวปูเสื่อจับจองที่นั่งรอชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ท่ามกลางอากาศร้อนจัด 32 องศาเซลเซียส แม้อากาศจะร้อนก็ไม่ย่อท้อ นั่งกางร่มกลางแดดเฝ้ารอจนถึงช่วงเย็น อีกทั้งยังมีการบวงสรวงบูชาพญานาค โดยมีดาราสาว เบลล่า ราณี มาร่วมรำบวงสรวงกับประชาชนชาวโพนพิสัย  ทำให้แฟนคลับมารอชมดาราเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.khaosod.co.th

2 แม่ลูกกระเด็นตกคลองดับสลด! กระบะเสยราวสะพาน เทกระจาดเกลื่อนถนน

2 แม่ลูกกระเด็นตกคลองดับสลด! กระบะเสยราวสะพาน เทกระจาดเกลื่อนถนน เผยมากัน 3 คนพ่อแม่ลูก ขนกระหล่ำไปขาย มาถึงโค้งลงเนินรถเสียหลักชนราวสะพานพลิกคว่ำ กระบะเสยราวสะพาน / เมื่อวันที่ 13 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์ เสียหลักชนราวสะพานห้วยน้ำเฮี้ย ถนนโจ๊ะโหวะ-อุทยานภูหินร่องกล้า บริเวณกิโลเมตร 1-046 หมู่ที่ 6 บ้านโจ๊ะโหวะ ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยสายตรวจพร้อมหน่วยกู้ภัย เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลสมเด็จยุพราชหล่มเก่า และอาสากู้ภัยสว่างศรัทธาธรรมมงคลสถานหล่มสัก-หล่มเก่า ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะบรรทุก ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน บย3397 เพชรบูรณ์ อยู่ในสภาพพลิกคว่ำเกยบนราวสะพาน โดยมีเข่งผักกระหล่ำ กระจัดกระจาย เกลื่อนเต็มถนน ตรวจสอบพบร่างผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย ทราบชื่อคือ น.ส.นฤนารถ ศักดิ์เจริญชัยกุล อายุ 27 ปี และด.ญ.จิณณา

กรมอุตุฯ ญี่ปุ่น เปิดเว็บภาษาไทย คนไทยคลิกอ่านประกาศเตือน ไต้ฝุ่นฮากีบิส ใกล้ชิด

กรมอุตุฯ ญี่ปุ่น เปิดเว็บภาษาไทย คนไทยคลิกอ่านประกาศเตือน ไต้ฝุ่นฮากีบิส ใกล้ชิด วันที่ 12 ต.ค. จากกรณี พายุไต้ฝุ่นฮากีบิส พัดขึ้นฝั่งประเทศญี่ปุ่น กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นประกาศคำเตือนฝนตกรุนแรงที่สุด (ระดับ 5) ในเขตจังหวัด กุมมะ ไซตามะ โตเกียว คานากาวา ยามานาชิ นากาโน ชิสึโอกะ ทั้งนี้ ทางการญี่ปุ่นได้สั่งอพยพคนจากพื้นที่เสี่ยงภัย ขณะที่พื้นที่อื่นๆ ทางการญี่ปุ่นขอให้ประชาชนหลบอยู่ในอาคารบ้านเรือน และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ล่าสุด สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เปิดเผยว่า สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น เปิดเว็บไซต์ภาคภาษาไทย ให้คนไทยสามารถติดตามสถานการณ์ ระดับน้ำฝน น้ำท่วม แผ่นดินถล่ม รวมถึงประกาศเตือนภัยในพื้นที่ต่างๆ ได้ (//www.data.jma.go.jp/multi/index.html?lang=th) นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังเปิดระบบฟรีไวไฟฉุกเฉิน 00000JAPAN ใช้ได้กับมือถือทุกแบบที่รับสัญญาณไวไฟได้ แม้จะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.khaosod.co.th

แน่นสนามบินนาริตะ นักท่องเที่ยวเริ่มติดค้าง ทยอยหยุดเดินรถไฟ หลบพายุฮากิบิส

แน่นสนามบินนาริตะ นักท่องเที่ยวเริ่มติดค้าง ทยอยหยุดเดินรถไฟ หลบพายุฮากิบิส ฮากิบิส / สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตอนนี้ชาวญี่ปุ่นต่างเตรียมตัวเผชิญกับซูเปอร์ไต้ฝุ่น ‘ฮากิบิส’ หรือไต้ฝุ่นหมายเลข 19 มีความรุนแรงเท่าพายุเฮอริเคนระดับ 5 ตอนนี้ก่อตัวทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก และกำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าทางทิศเหนือ-ตะวันตกเฉียงเหนือ หลังจากพัดผ่านเกาะกวมของสหรัฐในแปซิฟิก เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่ สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นจับตาซุปเปอร์ไต้ฝุ่น ‘ฮากิบิส’ โดยคาดว่าจะเคลื่อนผ่านหมู่เกาะโองาซาวาระ มุ่งหน้ามายังภูมิภาคคันโต ทางตะวันออกของเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งประกอบด้วย 8 จังหวัด รวมทั้งกรุงโตเกียว เมืองหลวง ในคืนวันเสาร์ที่ 12 ต.ค. หรือเช้าวันอาทิตย์ที่ 13 ต.ค. ทำให้ตอนนี้ทางการญี่ปุ่นและชาวญี่ปุ่นต่างตระเตรียมความพร้อมในการรับมือซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกนี้ ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาเผยแพร่ภาพซูเปอร์ไต้ฝุ่น ‘ฮากิบิส’ หากเปรียบเทียบขนาดของพายุจากภาพ โดยเทียบกับขนาดของประเทศไทย จะพบว่าขนาดของซูเปอร์ไต้ฝุ่น ‘ฮากิบิส’ นั้นมีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ผู้สื่อข่าวข่าวสดออนไลน์รายงานจากโตเกียวว่า สำหรับสถานการณ์ในประเทศญี่ปุ่นตอนนี้ หลายเมืองที่ซูเปอร์ไต้ฝุ่น ‘ฮากิบิส’ จะเคลื่อนผ่านในวันที่ 12-13 ต.ค.นี้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างพากันกักตุนอาหาร ทำให้ตามร้านสะดวกซื้อและห้าง

พปชร.ติวเข้มส.ส. 15 ต.ค. รับศึกอภิปรายร่างพ.รบ.งบฯ

เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ที่วัดธรรมาภิรตาราม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมทำหน้าที่ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 ต.ค.นี้ อย่างเต็มที่และไม่มีความน่ากังวลใดๆ โดยการเตรียมให้ส.ส.พรรคพลังประชารัฐทำความเข้าใจในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว โดยได้เรียกประชุมส.ส. ของพรรค เตรียมความพร้อมของตัวบุคคลที่จะเป็นผู้ชี้แจง ทางพรรคจะคัดคนที่มีความเหมาะสม และมีความเข้าใจในรายละเอียด แต่ละเรื่อง แต่ละประเด็น ให้ใช้เวลาที่มีอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีผู้ประสงค์จะอภิปรายเป็นจำนวนมาก และในวันอังคารที่ 15 ต.ค.นี้ จะมีการประชุมกันที่พรรคพลังประชารัฐ เพื่อเตรียมความพร้อมแล้วจะได้แถลงข่าวให้ทราบต่อไป. อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.dailynews.co.th

ลุงเก็บขยะ แกะถุงพลากสติก ถึงผงะ!!

ลุงเก็บขยะ ผงะเลย ไม่ได้กลัว แต่เห็นแล้วสงสาร ลุงเก็บขยะ เปิดถุงมาผงะเลย– เมื่อเวลา 00.30 น.  วันที่ 13 ตุลาคม  ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุมีคนพบศพทารกเพศชาย อายุในครรภ์ประมาณ 5 – 6 เดือน ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะ ตรงซอยตัดผ่านใกล้เคียงทางเข้าหมู่บ้านศิริไพศาล หมู่ที่ 7 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงแจ้ง พ.ต.ท.สมรภูมิ สุโพธิ์ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร ไปที่เกิดเหตุด้วย   บริเวณดังกล่าวพบรถเก็บขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าทราย หมายเลขทะเบียน 81 – 9541 สมุทรสาคร จอดอยู่ที่ช่องใส่ขยะ ด้านหลังของรถมีถุงพลาสติกลายขาวดำ ภายในมีเสื้อสีเขียวเปื้อนเลือดห่อหุ้มศพทารกเพศชาย อวัยวะครบถ้วน อายุในครรภ์ประมาณ 5 – 6 เดือน ใกล้กันยังมีถังขยะสีฟ้า ขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าทรายตั้งอยู่ริมถนน จากการสอบถาม นายสะท้อน จันทร์ต่อง

ปิกอัพซิ่ง เบียดบิ๊กไบก์ พุ่งชนรถมางานศพพังยับ 9 คันรวด เก๋งถูกไฟไหม้ สาหัส 3 คน

ปิกอัพซิ่ง เบียดบิ๊กไบก์ ก่อนแซงซ้าย เสียหลักพุ่งชนรถมางานศพที่จอดริมถนน พังยับ 9 คันรวด เก๋งถูกไฟไหม้ สาหัส 3 คน ชาวบ้านเล่านาทีระทึก เร่งเครื่องมาแบบไม่เบาเลย คนขับรอมอบตัว ปิกอัพซิ่ง วันที่ 12 ต.ค. ร.ต.อ.อดุลย์ ชูเสน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ชะเมา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุรถชนกัน 9 คัน และมีไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ที่ถนนสายนคร-ชะเมา หน้างานศพ ตรงข้าม สภ.ชะเมา หมู่ 6 ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊งท่าเรือ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.ท่าเรือ ที่เกิดเหตุพบว่ามีรถยนต์ ทั้งรถเก๋งและรถกระบะที่จอดอยู่ริมถนนดังกล่าวได้รับความเสียหายรวม 9 คัน นอกจากนี้ยังพบรถเก๋งกำลังถูกไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงเร่งใช้น้ำฉีดสกัดจนสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ แต่พบว่าไฟไหม้รถเสียหายทั้งคัน ส่วนรถคันต้นเหตุที่พุ่งชนรถคันอื่นๆ เป็นรถกระบะมิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน กม-2186 สงขลา ซึ่งจอดอยู่ริมถนน

เหยี่ยวถลาลม : อย่างนี้ก็มีด้วย

มี “ทรรศนะ” ที่ชวนประหลาดใจเกิดขึ้นบ่อยครั้งเกี่ยวกับการเมือง จนรู้สึกสงสัยว่าอะไรกันที่ทำให้คนเราคิดไปได้ถึงเพียงนั้น เมื่อหลายร้อยปีก่อน ในหลายประเทศก็มีประวัติศาสตร์แห่งความขัดแย้งที่เกิดจาก “ทรรศนะ” ซึ่งผู้ปกครองหรือผู้มีอำนาจเหนือกว่าสมัยนั้นใช้วิธีการจัดการตั้งแต่สั่งขัง สั่งฆ่า ไปจนถึงขั้นทำสงครามระหว่างกันในประเทศ จนเมื่อพบว่าเป็นความโง่ จึงหยุด จากนั้นสังคมถูกออกแบบใหม่ ให้ “เปิดใจ” เปิดสมอง ให้ใช้ความแตกต่างทางความคิดอย่างสร้างสรรค์ และสันติ การใช้ความรุนแรงกับผู้ที่คิดแตกต่าง ไม่ว่าด้วยวาจาหรือการกระทำนับเป็นเรื่องน่าละอาย ล่วงละเมิด และผิดกฎหมาย จึงไม่มี “ปัจเจกบุคคล” หน้าไหนจะถือดีไล่ส่ง “คนที่คิดต่าง” ให้ไปอยู่ประเทศอื่น ! ไม่มีใคร “หนักแผ่นดิน” หรือถ้าจะมี 1 คน 1 เสียง 1 สิทธิเสรีภาพที่มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายก็หนักแผ่นดินอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มี “ปัจเจกบุคคล” หน้าไหนที่จะโพสต์ด่าด้วยถ้อยคำ “มึงตายแน่” พร้อมกับไล่ให้ “คนคิดต่าง” ตีตั๋ว One way ticket ไปเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศจีนหรือเกาหลีเหนือซึ่งปกครองด้วยระบอบการปกครองที่แตกต่างกันออกไป ไม่มีปัจเจกบุคคลหน้าไหนที่แจ้งจับ 7 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน เสมือนกำจัดเสี้ยนหนามของฝ่ายบริหาร ไม่มีการแสดงออกประหลาดๆ ภายใต้คำอวดอ้างว่ารักชาติ อย่างเช่น