กกต.แจงยังไม่เคาะ"นวัธ"พ้นส.ส.

สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าว ชี้แจง หลังปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ เรื่องความเป็นสมาชิกภาพของ นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย สิ้นสุดลง ว่า กกต.ยังไม่มีความเห็นว่า สมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ของนายนวัธ สิ้นสุดลง สำนักงาน กกต.อยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำความเห็น เพื่อนำเสนอที่ประชุม กกต.พิจารณาต่อไป แต่เพื่อให้การเลือกตั้ง ส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ จึงได้มีหนังสือในส่วนของสำนักงาน กกต.ประสานงานทางธุรการตามขั้นตอน และแนวทางปฏิบัติของสำนักงาน กกต. ไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเตรียมการในเบื้องต้นสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 แทนตำแหน่งที่ว่าง ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่นายเมธา ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการ กกต.ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ กกต.ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ลต.0012/1042 ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เรื่องร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งหนังสือดังกล่าวเป็นการให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส. ของนายนวัธ โดยระบุว่า เหตุที่สำนักงาน กกต.เห็นว่า

กกต.แจกใบเหลือง"กรุงศรีวิไล"ส.ส.ปากน้ำ พปชร.

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เปิดเผยว่า ในการประชุมเมื่อปลายสิงหาคมที่ผ่านมา กกต.ได้มีมติเสนอสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือให้ใบเหลือง นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สุมทรปราการ เขต 5 พรรคพลังประชารัฐ จากกรณีบุคคลใกล้ชิดใส่ซองช่วยงานศพ ซึ่งกกต.เห็นว่าเข้าข่ายเป็นความผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 73(1) ให้ เสนอให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเอง และมีมติเสนอสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือใบแดง ขณะเดียวกันกกต.ยังได้ สั่งเพิกถอนสิทธิสมัคร หรือใบดำ นายชาติชาย วรพิพัฒน์ ผู้สมัครส.ส. เขต 2 จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยทั้ง 2 กรณีอยู่ระหว่างกกต.ยกร่างคำวินิจฉัยและคำร้องเพื่อยื่นต่อศาลฎีกาตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา 133 นอกจากนี้ยังมีมติให้ดำเนินคดีอาญาผู้สมัครที่ไม่ได้รับเลือกตั้ง 2 รายคือ นายโอวภัทร คลังเพ็ชร์ ผู้สมัครส.ส.เขต 4 พิษณุโลก พรรคภราดรภาพ และนายทินกร แก้วกล้า ผู้สมัครส.ส.เขต 4 เชียงรายพรรคประชาธิปัตย์ และผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้สมัคร 5 ราย ทั้งนี้ กรณีของ นายกรุงศรีวิไล

‘ธนาธร’ ไม่ห่วง กกต. สอบปมกู้ร้อยล้านให้อนาคตใหม่ ชี้ถ้าตีความผิด หลักบัญชีพังหมด

‘ธนาธร’ ไม่ห่วง กกต. สอบปมกู้ร้อยล้านให้อนาคตใหม่ ชี้ถ้าตีความผิด หลักบัญชีพังหมด เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 21 ก.ย. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมพิจารณาที่นายธนาธรปล่อยเงินกู้ให้กับพรรคอนาคตใหม่ 191 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเกินกว่ากฎหมายกำหนด ว่า ตนยืนยันว่าเงินกู้ไม่ใช่รายได้เรื่องนี้จึงไม่น่าเป็นห่วง และได้มีการชี้แจงกับกกต.ไปแล้ว เมื่อ 1-2 เดือนที่แล้ว อย่างไรก็ตามได้มีการเตรียมความพร้อมหาก กกต. ต้องการเรียกข้อมูลหรือเอกสารเพิ่ม ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.khaosod.co.th

ธนาธร ระทึกอีก! กกต. พิจารณาปล่อยกู้ร้อยล้านแก่พรรคอนาคตใหม่ สัปดาห์หน้า

ธนาธร ระทึกอีก! จรุงวิทย์ชงกกต.พิจารณา ปมปล่อยกู้ร้อยล้านพรรคอนาคตใหม่ สัปดาห์หน้า อ่านข่าว – ป.ป.ช. เปิดขุมทรัพย์ “ธนาธร” สุดอู้ฟู่ 5,000 กว่าล้าน!! “ช่อ-ปิยบุตร” ก็ไม่น้อยหน้า ธนาธร – วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร้องเรียนให้ตรวจสอบนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ให้พรรคกู้ยืมเงิน 110 ล้านบาท เพื่อทำกิจกรรมการเมืองช่วงก่อนเลือกตั้ง ส่อขัดต่อพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองว่า ในสัปดาห์หน้าสำนักงานกกต.จะส่งเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุมกกต.พิจารณา สำหรับพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 66 ระบุ บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมือง มูลค่าเกิน 10 ล้านบาทต่อพรรคการเมืองต่อปีมิได้ และกรณีบุคคลนั้นเป็นนิติบุคคล การบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรค ไม่ว่าพรรคเดียวหรือหลายพรรค เกินปีละ 5 ล้านบาท ต้องแจ้งให้ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมใหญ่คราวต่อไปหลังจากบริจาคไปแล้ว

“เรืองไกร”กัดไม่ปล่อย จ่อ ร้อง กกต. ตรวจคุณสมบัติ ส.ว. ขัด รธน.

“เรืองไกร” จ่อ ร้อง กกต. ตรวจคุณสมบัติ ส.ว. ขัด รธน. เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว. กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 184 (1) บัญญัติห้าม ส.ส. และ ส.ว. ต้องไม่ดำรงตำแหน่งหรือไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และมาตรา 108 ข. (2) บัญญัติห้าม ส.ว. ต้องไม่เป็นข้าราชการ ซึ่งมาตรา 269 (2) บัญญัติยกเว้นให้เฉพาะ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ 6 ตำแหน่งเท่านั้น โดยมาตรา 184 วรรคสองบัญญัติยกเว้นให้ ส.ส. และ ส.ว. เป็นกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งในการบริหารราชการแผ่นดินที่เกี่ยวกับกิจการของสภา หรือกรรมการตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ เท่านั้น ซึ่งหมายความว่า ส.ส. และ ส.ว. จะไปเป็นกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งในการบริหารราชการแผ่นดินที่เกี่ยวกับกิจการของฝ่ายบริหาร

'สมชัย'อัดเลือกตั้งวุ่นวายอยู่ที่คนเขียนกติกาไม่ใช่รองเลขากกต.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค ระบุถึงการที่ กกต.ย้าย นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. ที่รับผิดชอบงานการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมือง ว่า ปัญหาความสับสนวุ่นวายในการเลือกตั้งนั้น ความรับผิดชอบ คงไม่ได้อยู่ที่ รองเลขาธิการแต่ผู้เดียว เริ่มตั้งแต่คนร่างกติกา ที่วุ่นวายสับสน คิดแต่จะสร้างความได้เปรียบ การแทรกแซงกระบวนการแบ่งเขต ที่ใช้คำสั่งของ คสช. มาทำให้หน้าตาของเขตเลือกตั้ง ดูพิลึกพิลั่น ตามใจผู้มีอำนาจ การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ขัดกับรัฐธรรมนูญและไม่สามารถสร้างการยอมรับจากประชาชน มติ กกต.ที่เร่งรัดบางเรื่องกับคนบางคน พรรคบางพรรค จนดูว่าองค์กรขาดความเป็นอิสระ อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.posttoday.com

สว. จี้ กกต.สอบอนาคตใหม่ เขียนข้อบังคับพรรคเลี่ยงกล่าวถึงประชาธิปไตยตามรธน.

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “เพราะเหตุใดในพรรคอนาคตใหม่ที่ไม่ยอมระบุเรื่องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไว้ในข้อบังคับพรรคให้ชัดเจนเช่นพรรคการเมืองไทยทั่วไป แต่กลับเลี่ยงการกล่าวถึงว่าเป็นระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นคงไม่ต้องเขียนเรื่องอุดมการณ์หรือวัตถุประสงค์ใดๆอีก เขียนแค่พรรคจะดำเนินการทุกเรื่องตามรัฐธรรมนูญก็พอ แต่ดูๆแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น ทำให้เกิดคำถามว่านี่คือการเลี่ยงบาลีใช่หรือไม่ และเกิดความเคลือบแคลงสงสัยเพิ่มในเจตนารมย์ที่แท้จริงของบรรดาแกนนำเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ทั้งคนไกลและคนใกล้ ทั้งนายทุน ขุนศึกและเหล่าอดีตสหายจัดตั้ง ที่อยู่รวมกันเป็นคลังสมองให้นั้น ว่าคำปรารภที่แท้จริงของพรรคที่ต้องการสานต่อภารกิจคณะราษฎร์2475 ที่แท้จริงต้องการการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบใดกันแน่ เรื่องนี้สมควรที่กกต.จะต้องเข้าไปตรวจดูและขอให้พรรคการเมืองอนาคตใหม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองและรัฐธรรมนูญ2560 เปลี่ยนข้อบังคับพรรคให้เขียนเรื่องนี้ให้ชัดเจนเฉกเช่นพรรคการเมืองอื่นคือ การเลื่อมใสและยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขครับ” ที่มา: //www.posttoday.com/politic/news/593133

เปิด50ชื่อ’รมต.-กกต.-อดีตทหาร-ขรก.’ รอเสียบนั่งส.ว.

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 2/2562 เรื่อง ประกาศรายชื่อบุคคลสำรอง สำหรับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 250 คน เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น ต่อมาในวันเดียวกันคสช. ได้กำหนดรายชื่อบุคคลสำรอง สำหรับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา และเพื่อให้การดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ในห้วงเวลาต่อไป มีความเรียบร้อย ตลอดจนเพื่อเป็นการรองรับการสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงประกาศรายชื่อบุคคลสำรอง สำหรับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ดังนั้น 1.นายดอน ปรมัตถ์วินัย 2.นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ 3.นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ 4.นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร 5. นายวิชัย ทิตตภักดี 6. นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ 7.พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล 8.พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา 9. นายลือชา การณ์เมือง 10.นายอนุสิษฐ คุณากร 11.พล.อ. สมศักดิ์