ตลาดน้ำมันโลกปิดพุ่ง $1.15รับเหตุโจมตีเรืออิหร่าน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (11 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนจับตาสถานการณ์ล่าสุดจากเหตุระเบิดเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านในทะเลแดง ซึ่งทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับภาวะชะงักงันด้านการผลิตน้ำมันดิบในตะวันออกกลาง สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. พุ่งขึ้น 1.15 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 54.70 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 1.41 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดที่ 60.51 ดอลลาร์/บาร์เรล สำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่านรายงานว่า เกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านในช่วงเช้าวันศุกร์ ขณะที่กำลังมุ่งหน้าไปยังทะเลแดง โดยถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ 2 ลูกห่างจากชายฝั่งของเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบียประมาณ 60 ไมล์ ส่งผลให้น้ำมันรั่วไหลลงในทะเล ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคกำลังตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านแสดงความวิตกเกี่ยวกับน้ำมันที่รั่วไหลจากเรือบรรทุกน้ำมันที่ได้รับความเสียหายดังกล่าว ซึ่งอาจก่อให้เกิดมลภาวะด้านสิ่งแวดล้อม อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.posttoday.com

เรือน้ำมันอิหร่านถูกมิสไซล์โจมตีกลางทะเลแดง

สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า เรือ Sabiti ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันของบริษัท National Iranian Tanker Co ถูกโจมตีด้วยมิสไซล์ไม่ทราบฝ่ายจำนวนสองลูก เมื่อเวลาราว 05.00 น. ถึง 05.20 น.ตามเวลาท้องถิ่น จนเกิดระเบิดไฟลุกและกลุ่มควันลอยโขมง ขณะแล่นอยู่ในแถบทะเลแดง ห่างจากเมืองเจดดาห์ เมืองท่าชายฝั่งของซาอุดิอาระเบียราว 96 กิโลเมตร ด้านรอยเตอร์รายงานว่า เรือลำดังกล่าวอยู่ระหว่างเดินทางมุ่งหน้าไปยังท่าเรือเมือง Larak ของอิหร่าน โดยจากข้อมูลติดตามเรือพบว่าเมื่อเดือนสิงหาคมเรือได้เทียบท่าที่เมืองบันดาร์อับบาส Sabiti เป็นเรือบรรทุกน้ำมันขนาด 1 ล้านบาร์เรล รายงานระบุว่าจากเหตุโจมตีส่งผลให้พบน้ำมันรั่วไหลลงสู่ทะเล การโจมตีนี้มีขึ้นเพียงหนึ่งเดือนหลังจากเหตุโจมตีโรงน้ำมันซาอุดีอาระเบีย 2 แห่งเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา จนต้องระงับการผลิตวันละ 5.7 ล้านบาร์เรล คิดเป็นกว่าร้อยละ 5 ของการผลิตน้ำมันทั้งโลก โดยในครั้งนั้นทางซาอุฯกล่าวหาว่าอิหร่านเป็นผู้โจมตี อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.posttoday.com

หุ้นสหรัฐปิดร่วง/น้ำมัน,ทองลง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลดลง 313.98 จุด (1.19 %) ปิดที่ 26,164.04 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 45.73 จุด (1.56 %) ปิดที่ 2,893.06 จุด แนสแดค ลดลง 132.52 จุด (1.67 %) ปิดที่ 7,823.78 จุด สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ลดลง 12 เซนต์ ปิดที่ 52.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ลอนดอนงวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 11 เซนต์ ปิดที่ 58.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทองคำตลาดโคเม็กซ์ ลดลง 50 เซนต์ ปิดที่ 1,503.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.posttoday.com

หุ้นสหรัฐปิดพุ่ง,น้ำมันบวก,ทองลง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,573.72 จุด พุ่งขึ้น 372.68 จุด หรือ +1.42%, ดัชนี เอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 2,952.01 จุด เพิ่มขึ้น 41.38 จุด หรือ +1.42% และ ดัชนี แนสแดค ปิดที่ 7,982.47 จุด ปรับตัวขึ้น 110.21 จุด หรือ +1.40% ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อวันที่ 4 ต.ค. เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นในเดือนก.ย. และตลาดยังขานรับการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในเดือนนี้ อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.posttoday.com

หุ้น,น้ำมันสหรัฐปิดลบ/ทองร่วง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,820.25 จุด ลดลง 70.87 จุด หรือ -0.26%, ดัชนี เอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 2,961.79 จุด ลดลง 15.83 จุด หรือ -0.53% และ ดัชนี แนสแดค ปิดที่ 7,939.63 จุด ลดลง 91.03 จุด หรือ -1.13% ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (27 ก.ย.) โดยถูกกดดันจากข่าวที่ว่า สหรัฐเตรียมจำกัดการลงทุนในจีน และปลดบริษัทจีนออกจากการจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ไร้ทิศทางของสหรัฐ และผลกระทบทางการเมืองจากการไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกจากตำแหน่ง อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.posttoday.com

หุ้น,น้ำมันสหรัฐปิดลบ/ทองบวก

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,891.12 จุด ลดลง 79.59 จุด หรือ -0.30% ขณะที่ดัชนี เอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 2,977.62 จุด ลดลง 7.25 จุด หรือ -0.24% ส่วนดัชนี แนสแดค ปิดที่ 8,030.66 จุด ลดลง 46.72 จุด หรือ -0.58% ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันที่ 26 ก.ย. เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับทิศทางการเมืองในสหรัฐ หลังมีการเผยแพร่รายงานของผู้แจ้งเบาะแสซึ่งกล่าวหาว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ใช้อำนาจในทางมิชอบเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่ชะลอตัวลงในไตรมาส 2 อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.posttoday.com

หุ้น,ทองสหรัฐปิดบวก/น้ำมันร่วงแรง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,110.80 จุด เพิ่มขึ้น 33.98 จุด (0.13 %) เอสแอนด์พี ลดลง 7.74 จุด (0.26 %) ปิดที่ 3,005.70 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 32.47 จุด (0.40 %) ปิดที่ 8,186.02 จุด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ย. เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเหตุการณ์โจมตีโรงงานน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย หลังจากรัฐมนตรีพลังงานของซาอุดีอาระเบียได้แสดงความเชื่อมั่นว่า การผลิตน้ำมันจะฟื้นตัวโดยสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนนี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนรอดูผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.posttoday.com

คลังยังมั่นใจศก.โต3%แม้น้ำมันราคาพุ่ง

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวว่า กรณีเหตุการณ์โจมตีโรงกลั่นน้ำมันในประเทศซาอุดิอาระเบีย ทางกระทรวงพลังงานได้รายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้รับทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และจะออกมาตรการดูแลต่อไป ในส่วนของกระทรวงการคลังก็จะติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อราคาน้ำมันในประเทศสูงขึ้น จะมีผลต่อการบริโภคภายในประเทศหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพราะเชื่อว่าที่มีอยู่เพียงพอ และยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะยังขยายตัวได้ 3% ตามที่คาดการณ์ไว้ “คลังก็ติดตามใกล้ชิด แต่ยังไม่จำเป็นต้องออกมาตรการอะไรออกมาเพิ่มเติม คลังจะไม่พลีพลามออกอะไรมา ซึ่งการออกแต่ละครั้งต้องตรงเวลา ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น เราก็ได้ออกมาตรการกระตุ้นในประเทศไว้รองรับอยู่แล้ว น่าจะเพียงพอ”นายอุตตม กล่าว อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.posttoday.com

หุ้นสหรัฐปิดร่วง/น้ำมัน,ทองพุ่งแรง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,076.82 จุด ลดลง 142.70 จุด (0.52 %) เอสแอนด์พี ลดลง 9.43 จุด (0.31 %) ปิดที่ 2,997.96 จุด แนสแดค ลดลง 23.17 จุด (0.28 %) ปิดที่ 8,153.54 จุด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (16 ก.ย.) เนื่องจากการพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงของราคาน้ำมันดิบหลังจากเกิดเหตุโจมตีโรงงานน้ำมันในซาอุดีอาระเบียนั้น ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกว่า เหตุการณ์โจมตีครั้งนี้อาจส่งผลให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.posttoday.com

จับตาวิกฤตน้ำมัน กำลังการผลิตทั่วโลกหายไป5%ต่อวันหลังซาอุถูกโจมตี

การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันสำคัญ 2 แห่งในซาอุดิอาระเบียด้วยโดรนของกบฎฮูษีของเยเมนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาซึ่งสร้างความเสียหายให้กับกระบวนการผลิตน้ำมันดิบส่วนใหญ่ของประเทศ และทั้งนี้ ซาอุดิอาระเบีย เป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก โรงงานผลิตน้ำมันที่ตกเป็นเป้าหมายสามารถกลั่นน้ำมันดิบได้ 8.45 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดย Aramco ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันของรัฐ กล่าวว่าการโจมตีส่งผลต่อการผลิตน้ำมัน 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตต่อวันโดยรวมของประเทศ และถือเป็นกำลังการผลิตในสัดส่วนถึง 5% ของทั้งโลก ขณะนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าโรงงานได้รับความเสียหายแค่ไหน แต่การปิดโรงงานมากกว่า 2 – 3 วันจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันทั่วโลก นักวิเคราะห์ที่ติดตามอุตสาหกรรมน้ำมันของซาอุดีอาระเบียอย่างใกล้ชิดกล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับทราบว่าผลกระทบจะไม่รุนแรง โดยอาจจะเกิดไฟดับเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ซึ่งซาอุดิอาระเบียสามารถควบคุมได้ “ราคาน้ำมันดิบจะยังคงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่เห็นได้ชัดว่าเศรษฐกิจโลกรอดพ้นจากการถูกโจมตี” Robert McNally ประธาน บริษัท Rapidan Energy Group บริษัท วิจัยตลาดในวอชิงตันกล่าวกับ NYT อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.posttoday.com