ฟื้นฟูผิวหน้า ให้สวยใสมีออร่า ด้วยสมุนไพรไทย

สมุนไพรไทยมีสรรพคุณที่ให้ประโยชน์มากมาย หนึ่งในนั้นก็คือการบำรุงผิวหน้า ซึ่งนับเป็นเรื่องโชคดีของสาวๆ ที่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินทำหน้าราคาแพง แต่สามารถหยิบจับสมุนไพรใกล้ตัวมาบำรุงผิวพรรณให้ขาว สวย ใส เปล่งประกายมีออร่าได้อย่างง่ายดาย โดยเราก็ได้รวบรวมสูตรลับผิวสวยจากสมุนไพร มาแนะนำกันดังนี้ 1.ขมิ้นชัน : ลดความหมองคล้ำ ลดรอยดำรอบดวงตาสาวๆ ที่อยากมีผิวหน้ากระจ่างใสต้องชอบใจสูตรนี้อย่างแน่นอน เพราะจะช่วยให้ใบหน้าหมองคล้ำและขอบตาดำแบบหมีแพนด้าหายไป ด้วยสูตรมาส์กหน้าขมิ้นชัน โดยผสมขมิ้นชัน น้ำผึ้ง และโยเกิร์ตอย่างละ 1 ช้อนชา ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน นำมามาส์กที่ใบหน้า รอบดวงตาและลำคอ ทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ใบหน้าของคุณก็จะขาวกระจ่างใสแล้ว 2.ว่านหางจระเข้ : สมานแผลและริ้วรอย ผิวขาวใสไร้จุดด่างดำสาวๆ ที่ต้องการมีผิวขาวใสและต้องการลดรอยสิว รอยด่างดำตามผิวหน้าและผิวกาย แนะนำให้ใช้ว่านหางจระเข้สด ½ ถ้วย น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน แล้วใช้ขัดทั้งผิวหน้าและผิวตัว พอกทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายให้หลุดออกจนเผยผิวใสกว่าเดิม ทั้งยังลดรอยแผลเป็นและรอยด่างดำได้ดีอีกด้วย 3.น้ำแตงกวา : ช่วยลดรอยตีนกา หน้าดูอ่อนเยาว์สำหรับสาวๆ ที่มีรอยตีนกาจนทำให้กังวล วันนี้เรามีสูตรหน้าเด็กมาฝากกันด้วย

5 อาหารเด็ดสำหรับผู้หญิง ยิ่งกิน ผิวยิ่งสวย!

เคล็ดลับการดูแลผิวสวยสำหรับคุณผู้หญิง นอกจากจะมีวิธีในการใช้ครีมบำรุง เซรั่ม หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ แล้ว ก็ยังสามารถทำได้ด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อช่วยปรับสภาพผิวที่เสื่อมโทรมให้กลายเป็นผิวที่สดใสได้ วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับเพิ่มความสวยด้วยอาหารฝากกัน กับ 5 อาหารเด็ดที่คุณผู้หญิงยิ่งกินมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้ผิวสวยสดใส เปล่งปลั่งมากเท่านั้น มาดูกันดีกว่าว่ามีอาหารประเภทใดบ้าง 1.กระเทียมเรียกว่าเป็นอาหารที่หลายคนไม่ชอบเนื่องด้วยกลิ่นและรสชาติ ที่เห็นเมื่อไหร่เป็นต้องเขี่ยทิ้ง แต่จริงๆ แล้วทราบหรือไม่ว่า กระเทียมนั้นมีประโยชน์ต่อผิวพรรณเป็นอย่างมาก เพราะมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างเส้นใยคอลลาเจนภายใต้ชั้นผิวที่ถูกทำลายหรือเสื่อมสภาพ หากกินเป็นประจำก็จะช่วยให้ผิวที่หมองคล้ำ สดใสเปล่งปลั่งขึ้นได้ 2.เห็ดเห็ดทุกชนิด มีสรรพคุณในการเสริมสร้างเซลล์ให้แข็งแรง มีโปรตีนสูง ปราศจากไขมัน และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส จากภายในสู่ภายนอก หากกินอย่างพอเหมาะ ก็จะช่วยส่งผลให้สุขภาพร่างกายในส่วนอื่นๆ ดีขึ้นตามไปด้วย 3.ผลไม้ที่มีวิตามินซีผลไม้ที่มีวิตามินซี อาทิเช่น ส้ม มะนาว ฝรั่ง กีวี่ องุ่น สตรอว์เบอร์รี่ ล้วนแล้วแต่มีส่วนช่วยในการปรับความกระจ่างใสให้ผิวพรรณ จากที่เคยหมองคล้ำก็จะดูสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถปกป้องผิวจากมลพิษ มลภาวะต่างๆ ระหว่างวัน และช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเซลล์ผิวได้เป็นอย่างดี 4.ผักและผลไม้สีแดงผักและผลไม้ที่มีเปลือกสีแดง เช่น มะเขือเทศ, ทับทิม, สตรอว์เบอร์รี่, เชอร์รี่, แอปเปิ้ลแดง, หอมแดง, ส้มโอสีชมพู, แตงโม,

เปลี่ยนน้องสะดือสุดดำเป็นขาวใสกิ๊ง ด้วยของดีที่มีอยู่ทุกบ้าน

สวัสดีจ้าสาว ๆ ทุกคนวันนี้เราจะมาแนะนำสิ่งดี ๆ มาแนะนำกัน ใครที่มีปัญหาสะดือดำแต่อยากจะโชว์สะดือหรือว่าใส่เสื้อครอปบ้างคะ? การที่จะโชว์สะดือนั้นเพื่อความสวยงาม สะดือของเราต้องไม่มีความดำ เพราะถ้าสะดือดำจะทำให้เราดูเป็นคนไม่สะอาดได้ ใครที่กำลังหาวิธีล้างสะดือหรือเช็ดทำความสะอาดสะดืออยู่มาถูกที่แล้วค่ะ เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการต่าง ๆในการดูแลรักษาเจ้าสะดือให้มีความขาวสะอาด ไม่มีคราบขี้ไคล จะต้องดูแลตัวเองยังไงบ้างไปดูกันเลยจ้า #1. อาบน้ำให้สะอาด ในขณะที่เราอาบน้ำ แนะนำให้ใช้สบู่ในการทำความสะอาดสะดือด้วย ซึ่งสบู่ที่ใช้ควรเป็นแบบก้อนกำจัดแบคทีเรีย เพราะสามารถล้างออกได้ง่ายกว่า เหมาะกับสะดือของเรา จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และใช้นิ้วลูบวนเบา ๆ เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลูบ ๆ ให้ทั่วสะดือจนมั่นใจว่าสิ่งสกปรกและคราบสบู่หลุดออกจนหมด แต่ไม่ควรถูหรือเกาแรง ๆ 2. ใช้แอลกอฮอล์เช็ด วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีอาการแพ้ง่ายและมีผิวหนังที่แข็งแรว ให้นำก้านสำลีจุ่มลงไปในแอลกอฮอล์ จากนั้นเอามาเช็ดข้างในสะดือ หากเช็ดไปมาแล้วก้านสำลีมีสีดำให้เปลี่ยนอันใหม่ทันที ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนไม่มีเศษขี้ไคลหรือสีดำติดก้านสำลีออกมา แล้วค่อยใช้น้ำเปล่ามาเช็ดแอลกอฮอล์ออกไป แล้วตามด้วยการอาบน้ำตามปกติให้สะอาด 3. ปรับฮอร์โมนให้ปกติ สำหรับคุณแม่ที่สะดือดำเนื่องจากคลอดบุตร เนื่องจากผู้หญิงตั้งครรภ์ที่เกิดมีสะดือดำเพราะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง หลังจากคลอดลูกแล้วสีดำคล้ำเหล่านั้นจะค่อย ๆ จางหายไปและกลับมาเป็นผิวสวยใสดังเดิม และหาทางปรับฮอร์โมนให้กลับมาปกติดังเดิมจะดีกว่า กรณีนี้ต้องลองสังเกตตัวเองดี ๆ จ้า แต่ถ้ารอสักพักแล้วรอยดำยังไม่หาย ควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 4.

5 ความลับฉบับสาววิกตอเรียน เมื่อความสวยมาพร้อมความอันตรายถึงชีวิต!

หลายคนคงคุ้นเคยกันดีกับยุควิกตอเรียน ที่คุณอาจจะอ่านเจอจากในหนังสือ หรือฟังผ่านๆ มาจากภาพยนตร์เรื่องโปรด ซึ่งยุควิกตอเรียนที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ต้องนั่งเครื่องย้อนเวลากลับไปถึงช่วงคริสตศักราชที่ 1837-1901 ซึ่งถูกเรียกตามชื่อของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย แห่งแผ่นดินสหราชอาณาจักร ซึ่งนับเป็นจุดสูงที่สุดในการปฏิวัติอุตสาหกรรม และจักรวรรดิอังกฤษก็ว่าได้ ความน่าสนใจของวิถีชีวิตคนอังกฤษในสมัยนั้นจึงมีความโดดเด่น กระทั่งยังกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่นหลายครั้ง ให้ได้หยิบยกความวิกตอเรียนไปตีความ และต่อยอดในหลายด้าน ทว่าจะมีใครรู้จริงๆ บ้างว่าเหล่าสุภาพสตรีในยุควิกตอเรียนนั้นใช้ชีวิตกับความสวยความงามอย่างไรบ้าง นี่คือ 5 ความลับที่สาววิกตอเรียนไปเคยบอกคุณมาก่อน เกี่ยวกับความงามของพวกเธอ… 1. คอร์เซ็ต ภาพ : GypzyWorldนิยามความงามของสุภาพสตรียุควิกตอเรียนคือ การมีสะโพกที่ผาย และมีเอวคอดกิ่ว ในยุคนั้นเราจึงได้เห็นเหล่าสุภาพสตรีชั้นสูง ไปจนถึงราชนิกุลฝั่งยุโรป รัดรึงร่างตัวเองไว้ภายใต้โครงกระดูกปลาวาฬที่เรียกว่า “คอร์เซ็ต” ที่มีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ ถูกพัฒนาตามยุคสมัย และนิยามความงามทีเปลี่ยนไป ที่ถึงแม้ว่าดูภายนอกจะสวยดี หากแท้จริงแล้วความงามเช่นนี้มาพร้อมกับความทรมานที่ไม่อาจปริปากบอกใครได้ อีกทั้งคอร์เซ็ตที่ว่ายังจะเริ่มกลืนกินชีวิตของสาวๆ ที่ละน้อย จากการปรับกระดูกสันหลังของพวกเธอให้ผิดปกติ ไปจนกระทั่งคร่าชีวิตของพวกเธอได้ในที่สุด 2. สัตว์สตัฟฟ์ ภาพ : Rackedก่อนที่โคโค่ ชาเนล จะทุบทำลายความงามในชุดกระโปรงสุ่มให้สาวๆ ได้ปลดแอกตัวตนกันนั้น เธอยังเคยเป็นช่างทำหมวกให้กับเหล่าสุภาพสตรีชั้นสูงอยู่พักใหญ่ ไอเท็มชิ้นสำคัญอีกหนึ่งชิ้นในยุควิกตอเรียน กับการประดับประดาหมวกไปด้วยเศษผ้า ดอกไม้แห้ง และที่ได้รับความนิยมที่สุดในยุคนั้นคือ “สัตว์สตัฟฟ์” โดยเฉพาะในช่วงศตวรรษที่ 19 ที่แน่นอนว่า

5 สิ่งที่ควรทำเป็นประจำ ถ้าไม่อยากมีปัญหา "กระ" กวนใจ

นอกจากสิว ฝ้าแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่สาวๆ ไม่อยากเจอก็คือ “กระ” นั่นเอง ซึ่งวันนี้เราก็มี 5 สิ่งที่ควรทำเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหากระบนใบหน้ามาแนะนำกันด้วย รับรองว่าทำแล้วได้ผลอย่างแน่นอน 1.ทาครีมกันแดดเสมอแสงแดดไม่เพียงแต่จะเป็นตัวการที่ทำให้ผิวคล้ำเสีย และเป็นฝ้าเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดกระบนใบหน้าได้เช่นกัน ดังนั้นก่อนออกจากบ้านจึงควรทาครีมกันแดดทุกครั้ง โดยเลือกครีมกันแดดที่สามารถปกป้องผิวได้ดีและมีความอ่อนโยนต่อผิวด้วย ซึ่งเราก็ขอแนะนำให้เลือกที่มีค่า SPF30+ ขึ้นไปจะดีที่สุด 2.ทานอาหารที่มีวิตามินบำรุงผิวผิวสวยจากภายในสู่ภายนอก ย่อมดีกว่าการดูแลผิวที่ภายนอกเพียงอย่างเดียวจริงไหม ดังนั้นเรามาทานอาหารที่มีวิตามินบำรุงผิว เพื่อป้องกันกระและลดปัญหาผิวอื่นๆ กันดีกว่า โดยอาหารที่ช่วยลดกระและบำรุงผิวได้ดี ก็คืออาหารที่มีวิตามินซี วิตามินอี และวิตามินเอนั่นเอง เช่น ส้ม มะละกอ ทับทิม เป็นต้น 3.เลี่ยงการสัมผัสแสงแดดนานๆบางครั้งถึงแม้ว่าคุณจะปกป้องผิวเป็นอย่างดี ด้วยการทาครีมกันแดดและใส่เสื่อผ้าที่มิดชิด หรือใส่หมวกแล้วก็ตาม แต่แสงแดดก็ยังทำร้ายผิวของเราได้อยู่ดี ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะแสงแดดช่วงหลัง 10 โมงเช้าขึ้นไป 4.ดื่มน้ำเยอะๆหลายคนอาจสงสัยว่าการดื่มน้ำจะช่วยลดการเกิดกระบนใบหน้าได้จริงหรือ ซึ่งต้องบอกเลยว่าน้ำอาจไม่ได้ช่วยโดยตรง แต่ก็ได้ผลดีมากทีเดียว เพราะน้ำจะทำให้ผิวพรรณมีความชุ่มชื้น ผ่องใส และกระตุ้นให้ระบบต่างๆ ทำงานได้ปกติ จึงส่งผลให้ผิวสวยและไม่มีปัญหากระหรือปัญหาผิวอื่นๆ มากวนใจนั่นเอง ดังนั้นใครที่รู้ตัวว่าดื่มน้ำน้อย ก็ต้องมาดื่มน้ำให้เยอะขึ้นแล้วล่ะ อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.sanook.com

5 แบรนด์สกินแคร์ลับๆ แต่ขายดีมากเวอร์ใน Sephora

Sephora ไม่ได้ขายแค่แบรนด์ไฮเอนด์ยอดฮิตที่เรารู้จักกันดีเท่านั้น แต่ยังมีแบรนด์อีกมากมายที่แม้จะไม่คุ้นหูคนไทยสักเท่าไหร่ แต่ขอบอกเลยว่าดังมากในต่างแดนแถมขายดีมากด้วยนะ และไม่ได้ขายดีแค่ที่ต่างประเทศเท่านั้นที่ไทยก็ขายดีไม่แพ้กัน เชื่อสิว่าโปรดักส์หลายๆ ตัวต้องเคยเห็นผ่านตาหรือคุ้นๆ กันมาบ้างล่ะ แต่อาจจะไม่รู้ว่าช่วยหรือดังในเรื่องอะไรบ้าง วันนี้ Spice จะมาแนะนำเหล่าแบรนด์ลับที่ไม่ลับจาก Sephora รับรองว่าดีเลิศคุ้มค่าแก่การเสียเงินทุกตัว 1. Sunday Riley แบรนด์สกินแคร์ไฮเอนด์สุดพรีเมี่ยมจากอเมริกา ผสานสารสกัดจากพืชพรรณธรรมชาติกับ Active Ingredient ที่เน้นเรื่องชะลอริ้วรอยก่อนวัย เพิ่มความชุ่มชื้น สีผิวสม่ำเสมอ และลดความมันส่วนเกิน แม้จะราคาสูงแต่แบรนด์ก็ไม่ได้วางตัวเป็น Luxury Brand ที่เอื้อมไม่ถึง นางเน้นไปที่คุณภาพและผลลัพธ์ที่ได้มากกว่า ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ทุกตัวไม่ทดลองในสัตว์และเป็น Cruelty Free ด้วย Luna Retinol Sleeping Night Oil 35ml 3,760 บาท น้ำมันที่ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นยามค่ำคืนให้ดูอ่อนเยาว์ ฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวที่เสียจากแดด และมลภาวะ ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย รูขุมขนกระชับ ปรับสภาพผิวให้เเข็งเเรง เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว ผิวสว่างกระจ่างใสเรียบเนียน ตื่นมาพร้อมผิวที่ดูสุขภาพดียิ่งขึ้น C.E.O. Rapid Flash Brightening

ไร้เมคอัพก็ยังสวย! ตั๊ก บงกช เผย 3 สิ่งที่ขาดไม่ได้

เรียกว่าเป็นไอดอลให้กับสาวๆ ที่กำลังการแรงบันดาลใจในการดูและสุขภาพและรูปร่างไปแล้ว สำหรับ ตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล เพราะหลังจากที่เธอแต่งงานไปทำหน้าที่ภรรยาและคุณแม่ของ น้องข้าวหอม ดูเหมือนเธอจะปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนน้ำหนักขึ้นไปถึงเลข 8 แต่ตอนนี้กลับมาหุ่นดีและเฟริ์มยิ่งกว่าก่อนแต่งงาน จากการมีวินัยในการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร จนกลับมาทวงบัลลังก์เซ็กซี่ตัวแม่ได้อีกครั้ง >> ส่องเมนูอาหารเพื่อสุขภาพจากไอจี “ตั๊ก บงกช” นอกจากเรื่องรูปร่างเธอจะเป็นที่พูดถึงแล้ว เรื่องความสวยของเครื่องหน้า ยิ่งผอม ความสวยยิ่งชัดเปล่งประกายมีออร่า ขนาดเธอโชว์หน้าสดออกกำลังกาย ผิวหน้าคือดีมาก Sanook! Women ได้เจอกับ ตั๊ก บงกช ไม่พลาดที่จะถามว่า ก่อนออกจากบ้านเธอมีสิ่งบ้างที่ขาดไม่ได้  อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.sanook.com

5 วิธีดูแลถนอมเล็บไม่ให้เปราะบางหักง่าย

เล็บ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดในร่างกายที่สาวๆ ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ เพราะเอาไว้เพิ่มสีสันในการแต่งตัว เพิ่มความมั่นใจ บ่งบอกรสนิยมความเป็นตัวเอง นอกจากนี้เล็บยังช่วยบอกถึงสุขภาพได้อีกด้วย ซึ่งเล็บที่ดูสวยงาม สีชมพูอ่อนมีความมันวาว สื่อถึงการมีสุขภาพที่ดี แต่สำหรับบางคนก็อาจมีปัญหาเล็บเปราะ ฉีกขาดง่าย ถือเป็นปัญหาที่ไม่ควรนิ่งดูดาย นอกจากจะดูไม่ดีในแง่ของบุคลิกภาพแล้ว อาจจะเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพได้ด้วยเช่นกัน สาเหตุที่ทำให้เล็บเปราะบางเล็บเปราะบางหักง่าย เกิดจากการที่เล็บขาดความชุมชื้น ซึ่งอาจมีที่มาจากการที่ร่างกายขาดสารอาหารที่ช่วยให้เล็บแข็งแรงอย่างไบโอติน และแคลเซียม ซึ่งพบได้ในอาหารที่ให้โปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ ตับ นม นมเปรี้ยว ไข่ และในธัญพืชต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถั่ว นมถั่วเหลือง ข้าวโพด ข้าวกล้อง และข้าวสาลี เป็นต้น นอกจากนี้ การขาดการดูแลเล็บที่เหมาะสมและถูกวิธีก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดอาการเล็บเปราะบางหักง่าย ทั้งการตัดเล็บที่ไม่ถูกวิธี สั้นเกินไป ยาวเกินไป การมีนิสัยชอบใช้เล็บแงะหรือแกะของแข็งๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการที่เล็บจะหักหรือบิ่นผิดรูป หรือแม้แต่การทำเล็บบ่อยๆ การทาสีเล็บ อาจทำให้เล็บสูญเสียความชุ่มชื้น ส่งผลให้เล็บเปราะและหักง่ายได้ด้วย วิธีดูแลไม่ให้เล็บเปราะบางหักง่าย 1.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีไบโอติน แคลเซียมสูง และวิตามินต่างๆ หากรู้สึกว่าได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพของเล็บไม่เพียงพอ สามารถกินวิตามินเสริมดังกล่าวได้ และควรหมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำด้วยจะดีที่สุด เพราะเมื่อสุขภาพร่างกายแข็งแรง

แคร์ที่ไหน! แก้ม เดอะสตาร์ ชวนดู MV เพลงใหม่จาก OLAY “30 สิแจ๋ว” เอาใจสาวสตรอง

เชื่อว่าไม่ว่าจะสาวน้อยสาวใหญ่ ต่างก็ต้องคุ้นหูกับคำว่า “30 ยังแจ๋ว” เพราะเป็นหนึ่งในอมตะเพลงลูกทุ่งยอดนิยมของยอดรัก สลักใจ ที่ฮิตข้ามกาลเวลา เอาไว้เปิดแซวสาวๆ วัยขึ้นเลข 3 ให้รู้สึกสะดุ้งเล่นๆ จนมาถึง พ.ศ. นี้ สาววัย 30 ก็ยังคงสวยแจ่ม และยิ่งอัปเดตความแจ๋วขึ้นได้อีก กับเพลงใหม่จากแก้ม – วิชญาณี เปียกลิ่น หรือ แก้ม เดอะสตาร์ ที่จับมือกับ OLAY ให้กำลังใจและส่งพลังให้สาวๆวัยเลข 3 ด้วยการบอกเล่าความคิดและความฝันของสาววัย 30 ยุคใหม่ ผ่านเพลง 30 สิแจ๋ว ที่มีมิวสิควิดีโอเจ๋งๆ มาให้ดูกันด้วย “ไม่รู้จะแคร์ทำไม อายุเท่าไหร่มันก็ไม่สำคัญ” คือ เนื้อหาบางประโยคจากเพลง “30 สิแจ๋ว” ที่ยิ่งได้แก้มมาเป็นคนร้องด้วยแล้ว ยิ่งตอกย้ำความคิดของสาววัย 30 ยุคใหม่ ที่พร้อมมุ่งหน้าเดินตามฝันในแบบฉบับของตัวเองได้เป็นอย่างดี เพราะยุคสมัยเปลี่ยน บทบาทและมุมมองความคิดของผู้หญิงก็ย่อมเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา เห็นได้ชัดว่าสาวๆ ยุคปัจจุบันส่วนใหญ่สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง แถมบางคนยังประสบความสำเร็จ และไปได้ไกลกว่าผู้ชายหลายๆ คนเสียอีก

วิธีขัดเข่าดำๆ ให้กลับมาเนียน

ใครเป็นสาวเข่าด้านจนไม่กล้าใส่ขาสั้นออกจากบ้าน ลองมาดูวิธีขัดเข่าดำให้กลับมาเนียนกล้าใส่ขาสั้นอีกครั้งกันค่ะ มาร์คเบกกิ้งโซดาไว้ 3-5 นาทีก่อนอื่นต้องขัดเข่าดำๆ ด้านๆ ให้อ่อนตัวลงก่อน โดยใช้ของหาง่ายในครัวค่ะ เบกกิ้งโซดาสารพัดประโยชน์ เอามาผสมน้ำให้พอหนืดๆ แล้วมาร์คที่เข่าทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาทีแล้วล้างออก อย่านานกว่านี้เพราะมันจะกัดผิวได้นะคะ ขัดด้วยสครับทุกวันนอกจากนี้ก็ควรสครับเข่าทุกวันหลังอาบน้ำ โดยใช้เกลือขัดผิว ครีมมะขาม หรือน้ำตาลทรายละเอียด ผสมกับน้ำ น้ำผึ้ง หรือโยเกิร์ต สครับผิวเป็นประจำให้เข่าเนียนหายด้าน อ่านเพิ่มเติม ที่มา: //www.sanook.com