โพลแนะ "ประยุทธ์" ให้ความสำคัญกับการบริหารประเทศมากกว่าปัญหาในพรรค

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “รู้สึกอย่างไรกับปัญหาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 4 – 5 กรกฎาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,262 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความรู้สึกกับปัญหาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จากการสำรวจเมื่อถามถึงความรู้สึกของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในรอบสัปดาห์ ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 26.86 ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐมีความแตกแยกอย่างเห็นได้ชัด รองลงมา ร้อยละ 20.13 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เข้าใจการเมืองแบบประชาธิปไตยที่ต้องมีการแบ่งปันอำนาจ ร้อยละ 19.41 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แค่พยายามจะทำให้ได้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่ดีที่สุด ร้อยละ 18.54 ระบุว่า ความเห็นต่างเป็นส่วนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ร้อยละ

"บิ๊กตู่"ลั่นไม่ว่าผลโหวตนายกฯจะเป็นอย่างไร ขอให้มองในทางที่ดี

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 62 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงเหตุผลในการปฏิเสธไม่ไปแสดงวิสัยทัศน์ในวันโหวตนายกรัฐมนตรี 5 มิ.ย. นี้ว่า เรื่องการแสดงวิสัยทัศน์ ตนเองได้ตอบไปแล้ว ที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่โดยพยายามทำให้ดีที่สุด พยายามแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มากมาย ทั้งนี้ วิสัยทัศน์ของตนคือมั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน ภายในหลักการสามัญคือการมองอนาคตไปข้างหน้า และมีแผนปฏิบัติราชการมาโดยตลอด ซึ่งได้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทไว้อีกด้วย เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดิน ลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้ เพิ่มความเชื่อมโยงในทุกมิติ ทั้งกายภาพและในส่วนของดิจิทัล ต้องปรับตัวเองให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในวันนี้ด้วย “การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 5 มิ.ย. จะเกิดอะไรขึ้นก็ขอให้มองในทางที่ดี อย่าไปมองในทางที่ไม่ดี โดยเชื่อในวุฒิภาวะของ ส.ส. และ ส.ว. ซึ่งเป็นสมาชิกผู้ทรงเกียรติ รวมถึงขีดความสามารถ ประสบการณ์ของประธานรัฐสภาทั้งสองคน น่าจะทำให้การประชุมในวาระการเลือกนายกรัฐมนตรีดำเนินการต่อไปได้ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ต้องการให้พูดกันเฉพาะวาระที่กำหนดไว้ในการประชุมเท่านั้น”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า วันนี้คนไทยทุกคน มุ่งหวัง คาดหวัง และรอฟังการประชุมร่วมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ ต้องการให้ทุกคนมั่นใจนักการเมือง ส.ส.ต่าง ๆ

โพลเผยสาเหตุปชป.แพ้เลือกตั้ง 62-มองพรรคแตกแยกมาเกินไป

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “บทเรียนและบทบาทพรรคประชาธิปัตย์” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ จากการสำรวจเมื่อถามถึงสาเหตุที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมา (24 มีนาคม 2562) พบว่า ประชาชน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 32.83 ระบุว่า ประชาชนเบื่อ/ไม่ชอบ วิธีการดำเนินงานทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ รองลงมา ร้อยละ 18.00 ระบุว่า พรรคอนาคตใหม่แย่งฐานคะแนนเสียงไปจากพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 17.05 ระบุว่า นักการเมืองส่วนใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์พูดเก่งอย่างเดียวแต่ปฏิบัติไม่เป็น ร้อยละ 15.31 ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐแย่งฐานคะแนนเสียงไปจากพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 13.40 ระบุว่า ประชาชนเบื่อ/ไม่ชอบ ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 12.85 ระบุว่า

"ชูวิทย์"ฟันธงรัฐบาลใหม่อยู่ไม่ถึง 6 เดือน

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเลือกตำแหน่งประธานสภา และอนาคตของรัฐบาลชุดใหม่ว่า ใครเขี้ยวกว่าใคร? ผมจะเล่าให้คุณฟัง แล้วอย่าอุดหู ว่านักการเมืองเขาเอาผลประโยชน์ของบ้านเมืองมาต่อรองเพื่อตัวเองกันมากขนาดไหน ? ประเพณีปฎิบัติแต่ก่อน เลือกตำแหน่งประธานสภาแค่ชั่วโมงเดียว ก็รู้เรื่องกันแล้ว แต่พรรคพลังประชารัฐออกลีลากับพรรคประชาธิปัตย์ ต่อรองร่วมรัฐบาลถึงเช้านี้ยังไม่ยอมสะเด็ดน้ำเสียที เพื่อป้องกันเอาไว้ก่อน พรรคประชาธิปัตย์จึงงัดไม้เด็ด แผนเซียนเหยียบเมฆดัน “นายชวน” ขึ้นเป็น “ประธานสภา” เพื่อรับประกันการโดนเบี้ยว หากได้นายชวนเป็นประธานสภา ก็ได้เสียงพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาล แล้วค่อยเอาเรื่อง “แก้รัฐธรรมนูญ” มาบังหน้า แก้ตัวเอาหน้ารอดกับประชาชน แต่หากไม่ได้ ”นายชวน” เป็นประธานสภาก็อย่าหวังว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อให้ “นายชวน” เป็นตัวประกันนำรายชื่อ “นายกฯ” ทูลเกล้าฯ ไม่เปลี่ยนโผ แต่ต้องแลกกับเก้าอี้กระทรวงเกรดเอ ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ต่อรองเอาไว้ อันได้แก่ มหาดไทย พาณิชย์ พลังงาน ดูความ “เขี้ยว” ของพรรคประชาธิปัตย์ว่ามีขนาดไหน เดินมาพรมขาดกลางเป็นสองผืนกลางห้องประชุม ดัดหลังทหาร สร้างหลักประกัน เผื่อถูกหักหลัง พรรคพลังประชารัฐ จึงต้อง “ยื้อเกม” ขอเลื่อนการเลือกประธานสภาไว้ก่อน

"เก่ง การุณ" ฝากถึง "ภท.-ปชป."ร่วมกำจัดสืบทอดอำนาจ ลั่นเพื่อไทยยอมสละทุกอย่าง

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.62 นายการุณ โหสกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กระบุข้อความถึงพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ว่า “ฝากถึงพี่ๆพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ครับ ขณะนี้พรรคเพื่อไทยยอมสละทุกอย่าง เพื่อกำจัดการสืบทอดอำนาจ ที่ผ่านมาเราต่อสู้ร่วมกันเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและอิสรภาพ ตอนนี้อยู่ที่ท่านแล้วที่จะเป็นที่พึ่งหวังของประชาชน #ไม่ต้องรักเพื่อไทยแต่ขอให้รักประชาธิปไตยครับ” นอกจากนี้ นายการุณ ยังแชร์ข้อความจากเฟซบุ๊กของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ที่ประกาศไม่รับตำแหน่งทางการเมือง พร้อมเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองที่เคยประกาศไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจเผด็จการมาร่วมกันด้วย ที่มา: //www.posttoday.com/politic/news/589544

“เสรีพิศุทธ์”ขอคะแนนชาวเชียงใหม่ เขต 8 ลุ้นเพิ่มส.ส.สองที่นั่ง

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เดินทางไปช่วยนายพัณณาศีส น้อยนางจม ผู้สมัครส.ส.เชียงใหม่ เขต8พรรคเสรีรวมไทย สำหรับเขต 8 จ.เชียงใหม่ กกต. ได้แจกใบส้มให้กับนายสุรพล เกียรติไชยากร ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย กรณีนำเงินใส่ซองทำบุญจำนวน 2,000 บาท โดยการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.จะมีขึ้นวันที่ 26 พ.ค. หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยกล่าวในช่วงลงพื้นที่หาเสียง อ.จอมทองว่า “ผมมาในครั้งนี้ เพื่อที่จะขอคะแนนและโอกาสจากพี่น้องชาวเชียงใหม่ ให้ผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทย ได้มีโอกาสเข้าทำงานรับใช้พี่น้องเพื่อเข้าไปร่วมผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์แก่พี่น้อง โดยเฉพาะเรื่องปากท้องที่ถือว่า เป็นปัญหาเร่งด่วนมาก ๆ เพราะพ่อค้าแม่ขาย ค้าขายฝืดเคีองมาก ๆ ราคาพืชผลทางการเกษตรแต่ละภูมิภาค ก็นับวันแย่ลงเรื่อย ๆ ปัญหาเหล่านี้ล้วนต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ เรื่องสุขภาพของพี่น้องชาวเชียงใหม่ ที่กำลังประสบปัญหามลพิษ ก็ต้องเข้ามาดูแลแก้ไขเช่นกัน” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยกล่าวว่ารัฐบาลชุดนี้ ทำงานมา 5 ปีแล้ว ประขาชนยากจนลงเเละได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น จนช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมีมากขึ้น อย่างที่พูดกันว่า รวยกระจุกจนกระจาย ตนขอโอกาสให้ผู้สมัครส.ส.พรรคเสรีรวมไทย ได้ทำงานในรัฐสภาในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.วันที่

โฉมหน้า "11พรรคเล็ก" ตัวแปรหนุน "บิ๊กตู่" นั่งนายกฯ

ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จำนวน 149 คน นั้น ปรากฎว่า พรรคขนาดเล็ก จำนวน 14 พรรคได้ส.ส.ไปพรรคละ 1ที่นั่ง โดยแบ่งเป็นพรรคที่มีคะแนนเฉลี่ยพึงได้ส.ส.จำนวน 3 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาชาติ พลังปวงชนไทย และ พลังชาติไทย ขณะที่ พรรคที่มีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยพึงได้ส.ส. จำนวน 11 พรรค และผู้ที่ได้เป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ดังกล่าวนั้ นส่วนใหญ่เป็น หัวหน้าพรรค ซึ่งอยู่ในบัญชีลำดับที่ 1 อย่างไรก็ตาม 11 พรรคเล็ก ที่ถูกวิจารณ์ว่าหมิ่นเหม่ต่อการได้ส.ส. เพราะได้คะแนนต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยพึงได้ส.ส. นั้น ในขณะนี้ทั้งหมดนี้ถูกจัดรวมอยู่ในฝ่ายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ส่วนจะเป็นใครกันบ้างมีรายละเอียด ดังนี้ 1.พรรคประชาภิวัฒน์ “สมเกียรติ ศรลัมพ์” หัวหน้าพรรค อดีตส.ส.ปาร์ตี้ลีสต์พรรคเพื่อไทย และยังเคยเป็น อดีตส.ว. ที่ครั้งนี้ลงทุนตั้งพรรคเอง ซึ่งได้มา 69,417 คะแนน

อนาคตใหม่ส่ง "ฟิวเจอร์ริสต้า" กว่า 200 จับตานับคะแนนใหม่เขต1 นครปฐม

เมื่อวันที่ 28 เม.ย.62 ที่อาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสนามจันทร์ จ.นครปฐม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการนับคะแนนใหม่ของเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐม เป็นไปอย่างคึกคัก โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีบรรดา “ฟิวเจอร์ริสต้า” ซึ่งเป็นอาสาสมัครของพรรคอนาคตใหม่กว่า 200 คนมารวมตัวกันเพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจ เตรียมร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนใหม่ในครั้งนี้ด้วย น.ส.สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ ผู้สมัครเขต 1 จ.นครปฐม กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณฟิวเจอร์ริสต้าที่มาร่วมกันเป็นอาสาสมัครสังเกตุการณ์การนับคะแนน วันนี้มากันเป็นจำนวนมาก ทุกคนให้ความสนใจกับการนับคะแนนใหม่ สมัครมาทั้งทางออนไลน์กับตนเองและกับทางพรรคเยอะกว่าที่คาดไว้มาก นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่พรรคอนาคตใหม่จากส่วนกลาง รวมถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ซึ่งจะเดินทางมาร่วมสังเกตุการณ์การนับคะแนนใหม่ในครั้งนี้ด้วย “เราคาดหวังว่าทุกอย่างจะต้องโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม วันนี้เรามาทวงคืนคะแนนของเราที่หายไป แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีข้อห่วงอยู่บ้างในเรื่องกระบวนการต่างๆ เพราะที่ผ่านมาก็มีหลักฐานปรากฏทำให้เราเห็นแล้วว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น ครั้งนี้ เราให้อาสาสมัครร่วมจับตาอย่างเข้มข้น ซึ่งทุกคนมากันเยอะมาก นี่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า คนนครปฐมต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง” “ฟิวเจอร์ริสต้าที่มาร่วมเป็นอาสาสมัครวันนี้มีกว่า 200 คน จะประจำตามจุดนับคะแนน 3-4 คน โดยคนแรกเป็นตัวแทนพรรคสังเกตุการณ์ คนที่สองดูในเรื่องการชูบัตรขานคะแนน คนที่สามดูในเรื่องของการขีดคะแนนบนกระดาน และคนที่ 4

โพลชี้ประชาชนรอคอยรัฐบาล-นายกฯคนใหม่ แนะนักการเมืองรักษาสัญญา

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,107 คน ระหว่างวันที่ 24-27 เมษายน 2562 หัวข้อ “การเมืองไทย หลังเลือกตั้ง” เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่สนใจติดตามข่าวการเมือง จากกรณีนับตั้งแต่มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมาเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม แต่สถานการณ์ทางการเมืองหลังเลือกตั้งยังคงร้อนแรงเป็นที่จับตามองและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการ สรุปผลได้ ดังนี้ 1. สิ่งที่ประชาชนรอคอยหลังจากการเลือกตั้งผ่านมา 1 เดือนเต็ม คืออะไร? อันดับ 1 รัฐบาลใหม่ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ 40.71% อันดับ 2 การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 32.03% อันดับ 3 การประกาศผลรับรองการเลือกตั้ง 25.96% อันดับ 4 การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ดีขึ้น เป็นประชาธิปไตย 17.18% อันดับ 5 มีการบริหารงานที่ชัดเจน

ส่องโฉมหน้าครม.บิ๊กตู่ชุดเลือกตั้งเหล้าเก่าในขวดใหม่

แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จะยังไม่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ส.โดยจะต้องรอไปจนถึงวันที่ 9 พ.ค. แต่ผลการเลือกตั้งในเบื้องต้นที่ออกมาทำให้พรรคพลังประชารัฐ มีเสียงพอที่จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว โดย มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ในการโหวตนายกรัฐมนตรีนั้นจำนวนขององค์ประชุมคือ 750 เสียง ประกอบด้วย ส.ส.500 คนและส.ว.250 คน โดยผู้ชนะต้องได้ 376 เสียงขึ้นไป ซึ่งในเบื้องต้น พรรคพลังประชารัฐและพรรคพันธมิตร รวมกันมีเสียง 126 เสียง ซึ่งประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ 118 เสียง พรรครวมพลังประชาชาติไทย 5 เสียง พรรคท้องถิ่นไทย 2 เสียง และพรรคประชาชนปฏิรูป 1 เสียง เมื่อผสมกับ 250 ส.ว.ที่อยู่ในกระเป๋า พล.อ.ประยุทธ์ ที่พร้อมประกาศรายชื่อภายใน 3 วัน หลังมีการรับรองส.ส.ก็จะมีเสียงถึง 376 เสียง ซึ่งเกินกึ่งหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ทันที โดยที่ไม่ต้องใช้เสียงพรรคอื่นๆก็ได้ ทว่าประเด็นปัญหา คือ แม้